แปลได้ดีขึ้นเมื่อออกเสียงภาษาอังกฤษถูกต้อง

ทักษะเบื้องต้นในการเรียนภาษาอังกฤษคือ การฟังและการพูด ขั้นตอนต่อจากนั้นคือการอ่านและการเขียน แต่จากการสังเกตของผู้เขียนซึ่งมีประสบการณ์การสอนภาษาอังกฤษมานานกว่าสิบปี พบว่า นักศึกษาไทยส่วนใหญ่ประสบปัญหาและอุปสรรค เพราะขาดทักษะเบื้องต้นคือการฟังและการพูด ถ้านักศึกษาได้ฝึกฝนการออกเสียงอย่างถูกต้องแล้ว นักศึกษาจะได้รับผลประโยชน์ถึงการเรียนวิชาการแปลด้วย นั่นคือนักศึกษาควรแปลได้ดีขึ้นเมื่อออกเสียงภาษาอังกฤษถูกต้อง

ความหนักใจของคนไทยในการออกเสียงภาษาอังกฤษ

ปัญหาการออกเสียงภาษาอังกฤษ (pronunciation) นับว่าเป็นปัญหาอย่างหนึ่งในการเรียนการสอนและการติดต่อสื่อสาร หากออกเสียงไม่ถูกต้องจะทำให้ผู้ฟังเข้าใจความหมายคลาดเคลื่อน ไม่เข้าใจในสิ่งที่ต้องการจะสื่อความ ผู้เรียนต้องฝึก และเรียนรู้วิธีการต่าง ๆ ในการพัฒนาทักษะการพูดและการออกเสียงให้ถูกต้องใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา (native speaker)ให้มากที่สุด การเรียนรู้เฉพาะกฎเกณฑ์และหลักไวยากรณ์ แม้จะแตกฉานเพียงใด แต่ถ้าไม่รู้วิธีการพูดออกมาก็ถือว่าการเรียนภาษาอังกฤษยังไม่ประสบผลสำเร็จ

การฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษให้เหมือนเจ้าของภาษามีหลายทฤษฎีให้เลือก ซึ่งอาจทำได้โดยฝึกจากเทป ดูหนัง ฟังเพลง หรือแม้แต่เลียนเสียงขณะที่กำลังสนทนากับเจ้าของภาษาก็ได้ การเรียนภาษาอังกฤษเป็นทักษะที่ต้องอาศัยเวลาและการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ ไม่ควรทำเหมือนไฟไหม้ฟาง เมื่อพบอุปสรรคก็ท้อแท้และเลิกไปในที่สุด จงกล้าที่จะพูดออกมา อย่าไปกังวลเรื่องผิดหรือถูกในระยะแรกๆ

โปรดระลึกเสมอว่าไม่มีใครที่ไม่เคยพูดผิด นอกจากคนที่ไม่พูดอะไรเลย เพราะการเรียนภาษาเป็น “ทักษะ” (skills) ที่ยิ่งฝึก จะยิ่งชำนาญ จงกล้าที่จะเริ่มต้นและต้องพยายามพูดออกมาก่อน แล้วบันไดแห่งความสำเร็จจะตามมา การออกเสียงภาษาอังกฤษให้ถูกต้องตามหลักภาษาศาสตร์จะนำไปสู่การพัฒนาด้านการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารที่ดียิ่งขึ้น รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มพูนทักษะของการแปลภาษาอีกด้วย

ปัญหาในการออกเสียงภาษาอังกฤษสำหรับคนไทย

การออกเสียงทั้งสระและพยัญชนะให้ถูกต้องนั้น จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับอวัยวะในการออกเสียง (organs of speech) ด้วย เพราะจะช่วยให้เข้าใจฐานที่เกิดของเสียง วิธีการออกเสียงแต่ละเสียงใช้อวัยวะส่วนไหน บ้าง รวมไปถึงลักษณะการสั่นของเส้นเสียงด้วย การเน้นเสียงหนัก-เบา (stress) ของคำในภาษาอังกฤษ ถือว่ามี ความสำคัญในการออกเสียงมาก เพราะสามารถเปลี่ยนหน้าที่ของคำ หรือให้ความหมายที่แตกต่างกันได้ เช่นเดียวกับเสียงวรรณยุกต์ในภาษาไทย จงระลึกเสมอว่าการออกเสียงไม่ถูกต้องทำให้สื่อความหมายผิดพลาดได้

จากบทความนี้จะมองเห็นผลเสียจากการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการเข้าใจผิด เกิดอคติ หรือเกิดผลเสียร้ายแรงได้ และถ้าเป็นในกรณีที่ผู้แปลเป็นล่ามด้วยก็อาจจะทำให้เกิดความสับสน วุ่นวาย หรือแปลผิด เพราะการแปลที่ใช้เวลาจำกัดอาจทำให้ผู้แปลมีแนวโน้มที่จะผิดพลาดได้ง่าย ดังนั้นผู้ที่สนใจภาษาอังกฤษจึงควรสนใจ ฝึกฝนและศึกษาหลักการวิธีการออกเสียงให้ถูกต้องด้วย เพื่อผลประโยชน์ต่างๆดังต่อไปนี้

1. เป็นการส่งเสริมให้การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้ภาษาอังกฤษได้ถูกต้องและเป็นไปตามวัตถุประสงค์ให้มากที่สุด

2. เป็นการส่งเสริมให้มีการอ่านทั้งการออกเสียง การอ่านในใจ และการตีความหมายของภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาต้นฉบับได้ดียิ่งขึ้น

3. เป็นการช่วยให้การแปลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแปลทับศัพท์ (transliteration) เช่นชื่อสถานที่ ชื่อตัวละคร และสิ่งอ้างอิงต่างๆ ทางประวัติศาสตร์ ทำได้ใกล้เคียงกับการออกเสียงทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษมากยิ่งขึ้น

4. เพื่อช่วยให้การปรับบทแปลมีความถูกต้อง ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะนอกจากผู้แปลได้ใช้สายตาอ่านบทแปลแล้ว ยังได้ใช้หูฟังเมื่ออ่านออกเสียงบทแปลอีกด้วย

โดย ดร. เตือนจิตต์ จิตต์อารี